รีวิว Ducati monster 821 รถ 2 สูบจากประเทศอิตาลี

หากพูดถึงตระกูล Monster ของค่าย Ducati เป็นรถแนว sport-naked ตระกูลใหญ่ที่ถูกใจผู้เล่นรถ Big – Bike เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมันมีความเป็นเอกลักษณ์ และมีความเท่ไม่เหมือนใคร และตัวล่าสุดในตระกูล Monster อย่าง Monster 821 มีการเปลี่ยนแปลงไปจากตัวเดิมอย่าง 796 แบบยกชุด

The “Premium” Naked

Ducati monster 821 มาพร้อมกับ Premium Naked ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบรถอิตาเลี่ยน อีกทั้งทรงประสิทธิภาพ ช่วยทำให้การขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ในระดับมือใหม่ไปจนถึงนักบิดรุ่นเก๋า โดยภาพลักษณ์ของ 821 คือความ Premium ซึ่งแตกต่างจากรุ่นอื่นอย่างชัดเจน

Ducati monster 821 ได้ขยายความจุให้มากขึ้น คือ 821.1 cc ทำให้การตอบสนองต่อข้อมือในการบิดติดมือมากขึ้นไปอีก และทอร์คก็เพิ่มขึ้นมากกว่ารุ่นก่อนหน้า เพราะฉะนั้นสำหรับผู้ขับขี่ ที่ชอบรถแบบดุๆ ต้องพอใจกับรถคันนี้มาก อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีเครื่องสูบ L-twin ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Ducati ก็สามารถทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์ ในเรื่องของพละกำลังถือว่าดี

ในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก Ducati monster 821 มันถูกอ้างอิงมาจาก Monster 1200 จึงทำให้มันได้รับการปลูกถ่าย มาหลายต่อหลายส่วนเลยทีเดียว ส่วนที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด ก็คือ ท่อรถที่เปลี่ยนจากท่อคู่ออกท้าย กลายมาเป็นท่อคู่ฝั่งเดียวแทน นอกจากนี้จากเดิมรุ่น 796 มีความโดดเด่นจาก Swingarm หลังเดี่ยว แต่ตัว 821 เปลี่ยนมาใช้ Swingarm แบบคู่ โดย ณ จุดนี้บางคนก็เกิดความเสียดาย เพราะความเท่แบบรุ่นเก่าหายไป แต่อีกสำหรับบางคนก็ถือว่าโอเค เนื่องจาก Swingarm คู่นั้นดูแล้วเกิดความสมดุลมากกว่าเดิม ต่อมาส่วนของเฟรมถักสีแดงสั้นลงกว่าเดิม แต่ตรงจุดนี้ก็แล้วตามความชอบของแต่ละคนว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน และตัวรถนั้นมีน้ำหนักค่อนข้างเบา มีความหนัก 179.5 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

ในการขับขี่เป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลยทีเดียว เนื่องจากมีการใส่โหมดมาให้ถึง 3 โหมดด้วยกัน โดยมันสามารถครอบคลุมการใช้งานตามความต้องการทุกรูปแบบ ดังนี้

  1. Urban

โหมดในเมือง มอบการขับขี่ที่ไม่ต้องการความเร็วสูงมากนัก มีความนุ่มนวลมากกว่าอีก 2 โหมด ส่วน ABS เริ่มต้นทำงานได้เร็วกว่าโหมดอื่น ค่อนข้างปลอดภัยในการขับขี่

  1. Touring สามารถใช้งานแบบครอบคลุมกว้าง เริ่มตั้งแต่ใช้งานในเมืองไปจนถึงวิ่งทริปยาวๆ เหมาะกับนักขี่ที่ชอบเดินทางแบบชิวๆ เนื่องจาก ABS กับ DTC ทำงานแบบเป็นธรรมชาติมากที่สุด
  2. Sport อัตราเร่งของคันเร่งไฟฟ้านั้นสามารถตอบสนองต่อข้อมือได้มากที่สุดในโหมดนี้ เพียงแค่ขยับข้อมือขวาเพียงนิดเดียว มันก็พุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว ข้อควรระวังคือเป็นโหมดที่ควบคุมได้ยากมากสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าขับคล่องแล้วมันก็ให้ความสนุกสุดขีด