รถสปอร์ตเต็มตัว Yamaha R6 ให้ความรู้สึกในการขับขี่เหมือนอยู่ในสนามแข่ง

รถจักรยานยนต์ Yamaha YZK-R6 เป็นจักรยานยนต์คลาส 600 ของ Yamaha วางจำหน่ายตัวแรกในปี 1999 จนถึงปี 2017 โดยเป็นรุ่นที่ต่อยอดมาจาก YZF-R1 ในฐานะรถจักรยานยนต์ความเร็วสูงที่เหมาะสำหรับการขับขี่บนท้องถนน โดยใช้เครื่องยนต์ที่ผลิตขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ ให้พลัง 108 แรงม้า เจ้า R6 ตัวนี้เป็นรถจักรยานยนต์ 600 ซีซี 4 จังหวะตัวแรกที่มีกำลังขับมากกว่า 100 แรงม้า ในระหว่างหลายปีของการจำหน่าย ก็ถูกพัฒนาและแก้ไขอยู่ตลอดเวลา จนในปี 2003 มีการเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์หัวฉีด และปรับปรุงระบบเครื่องยนต์ใหม่ให้ทันสมัยขึ้นในปี 2006ด้วยการใช้ Ride by Wire และใช้ระบบ Multi-plate Slipper clutch

ในปี 2006 ยามาฮ่าได้ออกมาโฆษณาว่าตัว R6 นั้น สามารถบิดได้ 17,500 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นรอบที่สูงกว่าตัวก่อนถึง 2,000 รอบ แต่ความเร็วที่แท้จริงของมันนั้นถูกจำกัดโดย ECU ไว้ที่ 15,800 รอบเท่านั้น ต่อมาทางยามาฮ่าก็ได้ออกมายอมรับว่ามันเป็นเพียงแค่โฆษณา เพราะเครื่องยนต์ตัวใหม่ของพวกเขาทำรอบได้สูงกว่า 1,000 รอบต่อนาที แต่ต่ำกว่าที่เคยโฆษณาเอาไว้ และยินดีที่จะซื้อรถคืนหากลูกค้าไม่พอใจ

ถึงอย่างไรก็ตาม ความเร็วของมันก็ยังถือว่าเป็นที่น่าเกรงขาม โดยถูกใช้ในงานแข่ง Supersport World Championship season ประจำปี 2011 และคว้าชัยชนะมาได้โดย Chaz Davies นักแข่งรถมืออาชีพ แต่ไม่เพียงเท่านี้ ด้วยความยอดนิยมของมัน ทำให้ซีรีย์ R6 ยังคงคงถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนมาถึงในรุ่นปี 2017 ที่เน้นในเรื่องของอากาศพลศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพขึ้น แบบเดียวกับที่ใช้ในรุ่น R1 ที่ใช้ตะเกียบหน้า (Front fork) ขนาด 43 มิลลิเมตร อัพเกรดโช้คหลังใหม่ ถังเชื้อเพลิงที่ทำใช้วัสดุจากอลูมิเนียมท้ำงหมด เฟรมทำด้วยแมกนีเซียม ระบบเบรกเอบีเอส แต่ที่สำคัญสุดก็คือเรื่องอากาศพลศาสตร์ของตัวรถจักรยานยนต์นี่หละ ที่เครมว่าลดแรงต้านอากาศได้มากกว่ารุ่นก่อน 8%

แต่เครื่องยนต์ยังคงใช้รุ่นเดิมที่ให้แรงม้าได้มากถึง 100 แรงม้า ตัวถังใหม่ออกแบบมาคล้ายกับรุ่น YZR-M1 และที่พิเศษสุดเลย มันมาพร้อมกับช่องเสียบ OBD ที่ไม่มีในรุ่นใดมาก่อน OBD เป็นระบบที่จะสามารถวิเคราะห์ความผิดปกติของจักรยานยนต์ได้ ช่วยให้รู้ว่าอะไรเสียหายจะได้ซ่อมได้ถูกที่ ไม่เสียเวลา แต่ในบ้างกรณีก็อาจเกิดสัญญาณผิดพลาด ทำให้เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ ต้องเสียเวลาไปล้างระบบที่ศูนย์ แต่เมื่อมี OBD มาให้แล้ว ก็แค่หาซื้อเครื่องอ่านโค้ดราคาไม่กี่บาทมาเสียบ แล้วก็กดล้างระบบได้ทันทีโดยไม่เสียเวลา เสียน้ำมันวิ่งไปให้ศูนย์ทำให้เมื่อย